วันพฤหัสบดีที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2555

ลดน้ำหนักด้วยวิธีนี้ได้หรือ : ตอนที่ 1

กินแบบนี้ลดน้ำหนักได้หรือ? วิธีคุมอาหารแนวใหม่ ไขมัน ช่วยลดความอ้วนได้!

ได้แน่นอน แกรี ทอเบส นักเขียนแนววิทยาศาสตร์ระดับมือรางวัล จะมาอธิบายว่าทำไมการคุมอาหารแบบเดิม ๆ จึงไม่ได้ผล และวิธีใดที่จะช่วยคุณลดน้ำหนักได้ หากนักวิจัยเรื่องความอ้วนเก่งจริง ทำไมคนส่วนมากจึงยังคงตัวใหญ่ขนาดนี้ นี่คือคำถามสำคัญในหนังสือ Why We Get Fat-and What to Do About It หนังสือเล่มใหม่ของแกรี ทอเบส นอกจากนี้เจ้าหน้าที่สาธารณสุขยังพร่ำบอกเรามานานกว่า 40 ปีแล้วว่าถ้าไม่อยากอ้วนจงหลีกเลี่ยงอาหารไขมัน แต่สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือ จำนวนคนอ้วนเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 13 เป็นร้อยละ 22 และล่าสุดผลสำรวจพบว่าเพิ่มสูงขึ้นเป็นร้อยละ 33 แล้ว 

ทอเบสคิดว่าเขาทราบสาเหตุของเรื่องนี้ ผู้เชี่ยวชาญด้านความอ้วนค้นพบข้อมูลที่ครบถ้วนเกี่ยวกับเรื่องนี้ หากพิจารณาข้อมูลจากงานวิจัยให้ถี่ถ้วน เราจะเห็นว่าไขมันไม่ใช่ศัตรู แต่ผู้ร้ายตัวจริงคือคาร์โบไฮเดรตซึ่งย่อยง่ายกว่า อาหารหลายชนิดที่วางจำหน่ายในชื่ออาหารลดความอ้วน เช่น โยเกิร์ตไร้ไขมัน มันฝรั่งอบเปล่า ๆ (ไม่ใส่เนย) และพาสตาเปล่า (ไม่เติมน้ำมันมะกอก ซอส และเนยแข็ง) อาหารเหล่านี้คือ สาเหตุหนึ่งที่ทำให้น้ำหนักของเราเพิ่มขึ้น แต่อาหารที่ใคร ๆ บอกให้เราพยายามเลี่ยง เช่น สเต็ก เบอร์เกอร์ เนยแข็ง หรือแม้กระทั่งครีมเปรี้ยวที่เราพยายามเขี่ยออกจากมันฝรั่ง กลับเป็นอาหารที่ช่วยในการลดน้ำหนักและมีประโยชน์ต่อสุขภาพหัวใจ คุณคงจะนึกภาพออก 

แนวคิดเรื่องนี้ของทอเบสกลายเป็นหัวข้อถกเถียงกันอย่างกว้างขวาง บางคนเรียกเขาว่านักข่าวผู้หมกมุ่นหรือไม่ก็นักวิทยาศาสตร์สติเฟื่อง (เขาเรียนจบด้านฟิสิกส์ประยุกต์จากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด กับวิศวกรรมอากาศยาน จากมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด และเคยได้รับรางวัลมามากมายจากงานเขียนทางด้านวิทยาศาสตร์) ก่อนหน้านี้เคยมีคนเรียกเขาว่าจอมฉกฉวยตัวฉกาจ เนื่องจากเขาชอบค้นคว้าข้อมูลจากการศึกษาย้อนหลังหลายสิบปี แล้วนำข้อมูลเฉพาะส่วนที่สนใจมาเรียงร้อยเข้าด้วยกันเป็นเรื่องราว อย่างไรก็ตามข้อมูลการศึกษาหลายฉบับในช่วงห้าปีที่ผ่านมาผลักดันให้นักวิจัยที่เคยคัดค้านเรื่องสูตรอาหารคาร์โบไฮเดรตต่ำต้องกลับมาทบทวนอีกครั้ง ปัจจุบันนี้นักวิทยาศาสตร์อย่างเช่น แพทย์หญิงมิตเชลล์ ลาซาร์ ผู้อำนวยการสถาบันโรคเบาหวานของมหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนีย และนายแพทย์อัลแลน สไนเดอร์มาน แพทย์โรคหัวใจจากมหาวิทยาลัยแม็กกิล หันมาศึกษาแนวคิดของทอเบสกันอย่างจริงจัง

[Reader's Digest 11/11]

วันอังคารที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2555